เลือกภาษา ::
ผู้ว่าฯ ลำพูน นำหัวหน้าส่วนราชการร่วมประชุมทางไกล รับนโยบายรัฐบาล จากนายกรัฐมนตรี เร่งขับเคลื่อนภารกิจมหาดไทย
ข่าวสารจังหวัด วันที่ 22 เม.ย. 2569, 11:28

          ผู้ว่าฯ ลำพูน นำหัวหน้าส่วนราชการร่วมประชุมทางไกล รับนโยบายรัฐบาล จากนายกรัฐมนตรี เร่งขับเคลื่อนภารกิจมหาดไทย บูรณาการแก้ไข 4 ด้านหลักของประเทศ แก้ไฟป่า–PM2.5–เศรษฐกิจ–ภัยพิบัติ

         วันนี้ (วันพุธที่ 22 เมษายน 2569) เวลา 08.00 น. ณ ห้องประชุมปฏิบัติการ POC ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดลำพูน นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย นางสาวเบญจวรรณ มีเผือก ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นางศุกลรัตน์ จันทร์มณี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และนายอำเภอทุกอำเภอ เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทยพร้อมมอบนโยบายและข้อสั่งการให้กับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศผ่านระบบการประชุมทางไกล ที่ห้องประชุมราชบพิธ ชั้น 5 อาคารดำรงราชานุสรณ์ กระทรวงมหาดไทย โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานฯ 

         นายอนุทิน กล่าวว่า ขอขอบคุณที่ได้ร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียงกันในวันนี้ เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทยและติดตามสถานการณ์ด้านสาธารณภัย ความมั่นคง รวมทั้งการพัฒนาในมิติอื่น ๆ ของประเทศ เพื่อที่จะร่วมกันหาทางออกและแก้ไขปัญหาสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แม้ว่าประเทศนี้จะมีปัญหาหรือมีวิกฤตการณ์ใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชน กระทรวงมหาดไทยคือหน่วยงานหลักในการบริหารราชการในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ซึ่งหนีไม่พ้นที่จะใช้บทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัดในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้การขับเคลื่อนงานภารกิจดังกล่าวได้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด "ขอให้ทุกหน่วยในกระทรวงมหาดไทยดำเนินการเชิงรุกโดยเร็วที่สุด ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาไปแล้ว เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 69 ดังนั้นการบริหารราชการแผ่นดินจะต้องเร่งดำเนินไปด้วยความรวดเร็ว และเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และภัยพิบัติต่างๆ รวมถึงการเตรียมความพร้อมในภัยพิบัติในห้วงต่อไปด้วย"

         "ในการดำเนินการที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยมีความพยายามที่จะแก้ไขสถานการณ์ ทั้งในเชิงป้องกันและการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ แต่ต้องอาศัยการใช้งบประมาณของราชการไปจำนวนมาก ซึ่งทุกครั้งเมื่อเกิดสถานการณ์เรามักจะตรงไปที่การดูแลเยียวยาพี่น้องประชาชน แต่หากมองในภาพรวมงบประมาณที่ใช้ไปกับการเยียวยาเหล่านั้นแทบจะไม่ได้แก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ดังนั้นการจ่ายเงินเยียวยาจึงไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหา แต่สิ่งที่จะต้องทำคือจะต้องหาแนวทางวิธีการป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสาธารณูปโภคในจังหวัดในพื้นที่ต่างๆ การบังคับใช้กฎหมาย กำกับควบคุมดูแลไม่ให้คนในพื้นที่กระทำการผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องบริหารราชการโดยไม่รอส่วนกลาง เพราะท่านมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารสถานการณ์ในพื้นที่ของท่าน และวันนี้เราต้องเผชิญภัยทางด้านเศรษฐกิจ ด้านความมั่นคง ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็น 4 ภัยหลักตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายให้ความสำคัญกับภัยเหล่านี้ ขอให้ท่าน "Grouping" จัดกลุ่มงานเหล่านี้เพื่อที่จะให้เราสนับสนุนงาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้ปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่" นายอนุทิน กล่าว 

         เรื่องการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM 2.5 ถือเป็นนโยบายที่ได้มอบให้ทุกจังหวัดได้ถือปฏิบัติโดยเร่งด่วน จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่เป็น "Single Command" ในการสั่งการควบคุมสถานการณ์บริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จ ทันท่วงที และมีประสิทธิภาพสูง ท่านสามารถบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน รวมไปถึงฝ่ายทหาร พลเรือน และความมั่นคง ในด้านการป้องกันปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM 2.5 ตลอดจนภัยพิบัติอื่นๆ ดังนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องมีการวางแผนอย่างดีในการที่จะควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของท่านอย่างเต็มที่ สามารถบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้กระทำผิด ประสานกับตำรวจ เจ้าพนักงานตามกฎหมาย อาทิ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ ซึ่งการลักลอบจุดไฟเผาป่าต้องไม่เกิดขึ้นและต้องดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด ในการปฏิบัติการควบคุมไฟป่า ขอให้ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่จัดทำแนวกันไฟ ประสานขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีอุปกรณ์และสรรพกำลังในการดับไฟป่า เพื่อสนับสนุนภารกิจในพื้นที่เสี่ยงหรือเข้าถึงยาก เรามีอากาศยานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่พร้อมเข้าถึงพื้นที่นอกจากนี้ได้ร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกองทัพ พร้อมที่จะสนับสนุนยวดยานพาหนะปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยง นอกจากนี้ ให้ประสานร่วมกับกระทรวง อว. หรือ DES ในการใช้ข้อมูลเทคโนโลยี ติดตามหาจุดความร้อน "Hotspot" เพื่อวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาอย่างแม่นยำ และสามารถเข้าไปดับไฟได้อย่างทันท่วงที 

         นายอนุทิน กล่าวต่อไปอีกว่า ขอให้นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาประยุกต์ในการป้องกันไฟป่า โดยยกตัวอย่างแนวทางภูมิปัญญาชาวบ้าน ตามแนวคิดป่าเปียก ที่มีแหล่งน้ำคลองไส้ไก่ สูบน้ำขึ้นไปยังที่สูงแล้วปล่อยลงมาให้ป่าเปียกชุ่มน้ำ ซึ่งจะช่วยให้ใบไม้แห้งเกิดความชื้นเปียก ลดโอกาสเกิดไฟป่าหมอกควันได้ และยังทราบมาว่ากระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับกระทรวง อว. และ DES นำระบบ Gistda มาใช้ในการติดตามระบุพื้นที่มีการปลูกพืชผลทางการเกษตรในประเทศเพื่อนบ้าน หากผลผลิตที่ได้มานั้นเกิดจากการเผาป่าหรือส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม เราก็พร้อมที่จะไม่อนุญาตให้มีการนำเข้าไม่ว่าจะเป็นผลผลิตทางการเกษตรเหล่านั้น หากมีการลักลอบนำเข้ามา ต้องดำเนินการทางกฎหมายอย่างเต็มที่ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ตรวจสอบตรวจตราบูรณาการความร่วมมือดำเนินการอย่างเต็มที่ คำนึงถึงความถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย โดยไม่มีประโยชน์แอบแฝงเอื้อประโยชน์ต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ส่งผลถึงชาวบ้านและประเทศชาติสูงสุด 

         เรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาวาตะภัย และพายุฤดูร้อน ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เตรียมการวางแผนให้พร้อม ร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กำกับดูแลการสร้างแนวกันดิน ในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ จัดการไม่ให้มีสิ่งกีดขวาง ขยะมูลฝอย ซากพืช กีดขวางทางน้ำ ทำให้น้ำไหลลงไปแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่หรือแม่น้ำสายหลักได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะต้องวางแผนจะช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติที่จะเกิดในพื้นที่ได้ และขอให้ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้า การประปา องค์การตลาด องค์การจัดการน้ำเสีย หากมีเรื่องจำเป็นที่ส่งผลกระทบต่อการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและภัยพิบัติ เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ขอให้ท่านได้ดำเนินการทันทีไม่รีรอ ถือว่าเป็น "CSR" โดยไม่ต้องคำนึงถึงผลกำไรหรือ "KPI" ขององค์กร สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเครดิตที่จะทำประโยชน์ บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหลัก ช่วยเหลือประเทศชาติเป็นอันดับแรก

         เรื่องการแก้ไขและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยยึดหลัก "เข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา" เป็นในการดำเนินงานในพื้นที่ บูรณาการความมั่นคงควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจคุณภาพชีวิตของประชาชน ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เน้นการสื่อสารในเชิงสร้างสรรค์ บูรณาการทำงานร่วมกับตำรวจ ทหาร เป็นหนึ่งเดียวกัน มุ่งเน้นสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นและความเป็นธรรมแก่ประชาชน ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่บริหารจัดการอย่างเต็มที่ 

         เรื่องการรับมือสถานการณ์วิกฤตพลังงาน อันเนื่องมาจากสถานการณ์สู้รบในประเทศตะวันออกกลาง การเข้าถึงแหล่งพลังงาน ประเทศไทยเรามีความสามารถในการนำเข้าน้ำมันเพื่อให้บริการประชาชน ต้องขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศทุกท่านที่ได้ปฏิบัติการให้บรรลุตามเป้าหมายของเราในการช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยให้พี่น้องประชาชนได้เดินทางสัญจรกลับได้อย่างสะดวก การอำนวยความสะดวกผ่อนปรนเวลาเดินรถขนส่งน้ำมัน ช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงการป้องกันการกักตุนน้ำมัน ซึ่งท่านได้บูรณาการบริหารบริหารจัดการการ ควบคุมดูแลสถานการณ์บริการน้ำมันในแต่ละจังหวัดได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ขอให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย  โดยเฉพาะ การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ได้ศึกษาเรื่องการมาตรการประหยัดไฟฟ้า เปิดปิดไฟในโซนพื้นที่จำเป็น รวมถึงมาตรการพลังงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรเทาภาวะวิกฤตพลังงานในอนาคต

         เรื่องมาตรการด้านเศรษฐกิจ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะ "รัฐบาลของจังหวัด" ได้เตรียมการอำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชนในการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ตามที่รัฐบาลจะได้มีมาตรการในระยะใกล้นี้ รวมถึงบัตรสวัสดิการ เพื่อส่งเสริมการกระตุ้นเศรษฐกิจ เสริมสภาพคล่องหมุนเวียนในเศรษฐกิจ การพัฒนาประเทศ ให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนสูงสุด นอกจากนี้ เรื่องการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ดำเนินตามนโยบายและแนวทางที่รัฐบาลได้ให้ไว้อย่างเคร่งครัด เนื่องจากเรามีความจำเป็นต้องปรับรูปแบบการใช้งบประมาณ ให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ของโลก ตัวอย่างเช่นแนวทาง "Zero-Based Budgeting" อิงสถานการณ์ปัจจุบันและวางแผนการใช้งบประมาณ ไม่คำนึงถึงฐานงบประมาณที่ผ่านมา รวมถึงลดงบประมาณในการศึกษาดูงาน การจัดประชุม การสร้างอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ขอให้ใช้วิธีการเช่าแทน การเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า EV มากขึ้น ตลอดจนเรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Net Zero ที่กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับองค์การสหประชาชาติ UN ผลักดันขับเคลื่อนทำให้ประเทศไทยมีจุดยืนบนเวทีโลก จึงขอให้ทุกท่านได้ตระหนักและให้ความสำคัญ รวมถึงการแลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยในเวทีสากลต่อไปได้

         "ขอให้พวกเราเป็นหนึ่งเดียวกัน ทำงานให้กระทรวงมหาดไทย ประชาชน และประเทศของเรา หากมีปัญหาอุปสรรคที่ต้องการหารือขอให้ท่านไม่รีรอที่จะตรงเข้ามา ให้ถือว่าเราเป็นเหมือนเพื่อนร่วมงาน ไม่มีลำดับขั้น ไม่มีนาย เราต่างกันแค่หน้าที่ ให้คิดว่าทำงานให้บ้านเมืองด้วยกัน และพร้อมสนับสนุนซึ่งกันและกันในทุกด้าน ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ "บำบัดทุกข์บำรุงสุข" เพื่อพี่น้องประชาชน" นายอนุทิน กล่าวในช่วงท้าย

ข่าวสารที่แนะนำ
ข่าวสารจังหวัด

วันที่ 22 เม.ย. 2569, 11:30

        โครงการแว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ ลงพื้นที่จังหวัดลำพูน มอบแว่นตาให้แก่ผู้สูงวัย เพื...

อ่านต่อ
ข่าวสารจังหวัด

วันที่ 22 เม.ย. 2569, 11:28

          ผู้ว่าฯ ลำพูน นำหัวหน้าส่วนราชการร่วมประชุมทางไกล รับนโยบายรัฐบาล จากนายกรัฐมนตรี เร่...

อ่านต่อ
ข่าวประชาสัมพันธ์

วันที่ 21 เม.ย. 2569, 14:11

        ผู้ว่าฯ ลำพูน นำคณะเยี่ยมชมนวัตกรรมสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์...

อ่านต่อ
ข่าวประชาสัมพันธ์

วันที่ 21 เม.ย. 2569, 14:08

       ผู้ว่าฯ ลำพูน เปิดงาน ”นัดพบแรงงาน@ลำพูน“ จัดหางานกว่า 1,000 อัตรา เสริมโอกาสมีงานทำแก่ประชาช...

อ่านต่อ
ศาลากลางจังหวัดลำพูน ที่อยู่ ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำปาง ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมืองลำพูน โทร / โทรสาร 05351-1000 E-mail : [email protected]